ครูภาษาไทยยอดเยี่ยม OBEC AWARD ปีการศึกษา 2559

OBEC AWARD รางวัลทรงคุณค่าของ สพฐ. เป็นรางวัลที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มอบให้แก่หน่วยงานและบุคลากรในสังกัด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ราชการครองตน ครองคน และครองงาน ด้วยความอุตสาหะ ทุ่มเท เสียสละ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งมี 3 ระดับ คือ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับภาค และระดับชาติ ซึ่งจัดต่อเนื่องมาปีการศึกษา 2559 นับเป็นปีที่ 6 แล้ว
นางสกุณา นองมณี ครู คศ.3 โรงเรียนอนุบาลละงู จ.สตูล เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัล OBEC AWARD รางวัลระดับเหรียญทอง ครูผู้สอนด้านวิชาการยอดเยี่ยม ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ประจำปีการศึกษา 2559 ซึ่งผลการที่ได้รับคัดเลือก คือ การคิดนวัตกรรมแก้ปัญหาในวิชาภาษาไทย ช่วยเหลือนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตามระดับชั้นเรียน ซึ่งเกิดกับนักเรียนที่เป็นเด็กพิเศษเรียนร่วมตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จากที่ครูประจำชั้นและครูการศึกษาพิเศษร่วมกันคัดกรอง มีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ทั้งหมด 68 คน เพื่อเข้าสู่การจัดการเรียนการสอนโดยจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และจากการทดสอบการอ่านด้วยแบบทดสอบการอ่านเทียร่า (TERA) พบว่า นักเรียนกลุ่มแรก จะอ่านและเขียนคำในแม่ ก.กา ไม่ได้เลย จึงได้ผลิตหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชื่อชุด ก กาพาเพลิน เพื่อใช้สอนกับนักเรียนในกลุ่มนี้ ซึ่งมี 3 เล่ม ประกอบด้วย เล่มที่ 1 อักษรกลางหรรษา เล่มที่ 2 อักษรสูงสุขสันต์ เล่มที่3 อักษรต่ำจำมั่น ส่วนนักเรียนอีกกลุ่มไม่สามารถอ่านและเขียนคำที่มีตัวสะกดได้ จึงได้ผลิตหนังสือส่งเสริมการอ่านขึ้นชื่อชุดอ่านสะกดคำจำได้ มี 7 เล่ม ประกอบด้วย เล่มที่ 1 อักษรกลางต้องฝึกฝน เล่มที่ 2 มากล้นคำอักษรสูง เล่มที่ 3 ชักจูงอ่านอักษรต่ำ เล่มที่ 4 อ่านสะกดซ้ำเพิ่มสระ เล่มที่ 5 เพิ่มพยัญชนะตัวสะกด เล่มที่ 6 สดใสสระประสม เล่มที่ 7 ชื่นชมการอ่านคำ
สำหรับการจัดการเรียนการสอน นอกจากครูสกุณาจะใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านฯ ที่ผลิตขึ้นแล้ว ยังใช้สื่อต่าง ๆ ประกอบกระบวนการสอนในรูปแบบการวิจัยอีกด้วย
นางสกุณา s__12238863 กล่าวว่า จากการใกล้ชิดคลุกคลีกับเด็กพิเศษมากว่า10 ปี พบเด็กพิเศษมีปัญหาคือไม่รู้จักพยัญชนะ ไม่รู้จักสระ จึงทำให้ไม่สามารถประสมคำได้ เป็นปัญหาสำคัญสำหรับ สำหรับการอ่านและการเรียนภาษาไทย ชึ่งเป็นวิชาพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ ฉะนั้นในการสอนจะต้องสอนให้เด็กนักเรียนที่มีปัญหาเหล่านี้เริ่มต้นการฝึกอ่านด้วยการฝึกอ่านแจกลูกในแม่ ก.กาให้ได้ก่อน แล้วจึงสอนอ่านแจกลุกสะคำด้วยตัวสะกด และไปสู่การสอนสระเปลี่ยนรูป ลดรูป ก็จะทำให้เด็กพิเศษสามารถอ่านหนังสือได้ตามศักยภาพของเขาในระดับหนึ่ง ที่สำคัญในการสอนเด็กพิเศษ เรื่องสมาธิเป็นสิ่งสำคัญ จึงได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกสมาธิทุกเช้าก่อนเข้าเรียนวันละ 1 ชั่วโมง ใช้ดนตรีและศิลปะสลับกันสอนทุกวัน ซึ่งจะทำให้นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างมีสมาธิขึ้น” นางสกุณากล่าวทิ้งท้าย

ความสำเร็จในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 66 ปีการศึกษา 2559

น.ร.สพป.สตูล คว้า 2 เหรียญทองชนะเลิศ ระดับชาติ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้ง 66 ปีการศึกษา 2559

 

นายอาดุลย์  พรมแสง  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29-31 มกราคม 2560   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล  ได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันกิจกรรมในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ   ครั้งที่ 66 ปีการศึกษา 2559  จำนวน 24 รายการแข่งขัน   ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี   ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงศักยภาพทางการศึกษาของครู  บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในทุกภูมิภาค   ภายใต้แนวคิด “สืบสานศิลปะหัตกรรมไทยเลิศหล้าห้าแผ่นดิน”
การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้นักเรียนในสังกัด  สามารถคว้ารางวัลเหรียญทอง จำนวน  19 รางวัล  เหรียญเงิน จำนวน  2 รางวัล  และเหรียญทองแดง จำนวน  3 รางวัล  ซึ่งในจำนวนนี้ Read the rest of this entry

สาร สพป.สตูล ปีที่ 9 ฉบับที่ 62 ประจำเดือนธันวาคม 2559-มกราคม 2560

สพป.สตูล เร่งโรงเรียนปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวันด้วย Thai School Lunch โดย… กันยา มาศภูมิ

โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.2495 ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็กวัยเรียน ให้ได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ถูกสุขลักษณะ และมีปริมาณที่เพียงพอต่อการเจริญ เติบโต และต่อมาได้ถ่ายโอนงบประมาณค่าอาหารกลางวันจากกระทรวงศึกษาธิการ ไปให้กระทรวงมหาดไทยตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดตั้งและจัดสรรงบประมาณให้แก่โรงเรียนประถมศึกษาในตำบล ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งในปัจจุบัน ครม.ได้ปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันนักเรียน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 จากวันละ 13 บาทต่อคน เป็นวันละ 20 บาทต่อคน เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจความเป็นจริงของการค่าใช้จ่ายอาหารกลางวันที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ซึ่งดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนานักเรียน 3 ด้าน

This slideshow requires JavaScript.

คือ ด้านทักษะความรู้ ด้านคุณธรรมจริยธรรม และด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งด้านสุขภาพอนามัยได้ขับเคลื่อนโรงเรียนในสังกัด จำนวน 159 โรง เร่งปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวันที่จัดให้แก่นักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษา โดยการให้ความรู้ครูผู้รับผิดชอบโครงการอาหารกลางวัน ให้ใช้โปรแกรม Thai School Lunch เป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการเมนู อาหารกลางวันในโรงเรียน โดยสามารถเลือกและประเมินคุณค่าโภชนาการจากกลุ่มอาหารที่มีให้เลือกมากกว่า 300 รายการ ทั้งคุณค่าของพลังงาน โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ เพื่อให้นักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานอาหารกลางวัน และได้รับสาร อาหารตรงตามความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสารอาหารสำคัญ เช่น ธาตุเหล็กและวิตามินเอ ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค
หากโรงเรียนในสังกัดทุกโรง ได้นำโปรแกรม Thai School Lunch ไปปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวันในโรงเรียนอย่างจริงจัง. อีกทั้งได้นำผลผลิตการเกษตรต่าง ๆในโรงเรียน เป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารกลางวัน เชื่อมั่นว่า! นักเรียนของเราจะได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เพียงพอต่อการเจริญเติบโตอย่างสมวัยแน่นอน ปัญหาภาวะทุพโภชนาการและการเกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคขาดสารอาหาร จะต้องลดลงได้อย่างแน่นอน

“หน่อไม้มหัศจรรย์” วิสาหกิจชุมชนนักเรียนโรงเรียนบ้านกลุ่ม 5 ประชารัฐ

….หน่อไม้ เป็นต้นอ่อนของไผ่ที่จะเจริญเติบโตเป็นต้นไผ่ จัดเป็นผักชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาทำ อาหารได้ตั้งแต่ต้มจิ้มน้ำพริก ผัด แกงคั่ว แกงส้ม ฯลฯ หรือนำไปดองเพื่อเก็บไว้กินนานๆ ก็สร้างอาชีพ สร้างรายได้ หน่อไม้จะแทงหน่อออกมาเป็นจำนวนมากในช่วงที่ฝนตกชุก ทำให้มีปริมาณล้นตลาด จนบางครั้งหาราคาแทบไม่ได้ เลยเกิดคำถามว่า! ทำอย่างไรที่จะเพิ่มมูลค่าแก่หน่อไม้ และสร้างทาง เลือกที่บริโภคได้หลากหลายเมนู?
….โรงเรียนบ้านกลุ่ม 5 ประชารัฐ อ.ควนกาหลง จ.สตูล ได้นำหน่อไม้ซึ่งมีอยู่มากในพื้นที่อำเภอควนกาหลง มาดำเนินการแปรรูปเป็นอาหารประเภทต่างๆ ทั้งอาหารคาวและและอาหารหวานกว่า 20 ชนิด สร้างทางเลือกในการบริโภคที่หลากหลายให้แก่เด็กและผู้ใหญ่ มีความทันสมัย และเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรพื้นบ้าน ภายใต้การดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนนักเรียนโรงเรียนบ้านกลุ่ม 5 ประชารัฐ Read the rest of this entry

สาร สพป.สตูล ปีที่ 8 ฉบับที่ 61 ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2559

นักเรียนบ้านไร่ อ.ท่าแพ เรียนรู้การทำไซดักปูดำ วิถีชีวิตพอเพียงในท้องถิ่น

“…เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรให้เบ็ดตกปลาและสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า…”  พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช  ในเรื่องความพอเพียงและการรู้จักพึ่งพาตนเอง  ที่โรงเรียนบ้านไร่ อ.ท่าแพ จ.สตูล  น้อมนำเข้าสู่การจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน  เพื่อให้นักเรียนมีความรู้   มีทักษะอาชีพที่พึ่งพาตนเองอย่างพอเพียงภายใต้วิถีชีวิตท้องถิ่นอยู่อาศัย  และมีจิตสำนึกรักบ้านเกิด

          นางสาวสุชดา  แซ่ตั้ง  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไร่   จึงได้นำการทำไซปู หรืออุปกรณ์ดักปู   อาชีพหนึ่งในวิถีชีวิตชาวชุมชนบ้านไร่  เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนในกิจกรรมลดเวลาเรียน  เพิ่มเวลารู้   ภายใต้แนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อให้นักเรียนมีทักษะอาชีพและสืบสานวีถีชีวิตท้องถิ่นให้คงอยู่   รู้จักใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนทรัพยากร ธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า  มีความรักและหวงแหนท้องถิ่นของตนเอง
           นายมะดาโอ๊ะ สาและ ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ที่อาสามาช่วยสอนการทำไซปูให้กับนักเรียน  สำหรับไซปูที่สอนเป็นไซที่ใช้ดักปูดำ   มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม   เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 เซนติเมตร  สูง 20-25 เซนติเมตร   สามารถพับเก็บง่าย   ส่วนวัสดุที่ใช้ทำไซ ประกอบด้วย   ลวดขนาดใหญ่    อวนเส้นใหญ่ตาขนาดกลาง    ด้ายเย็บอวน    และไม้ไผ่สำหรับหลักวางไซ

Read the rest of this entry

“น้ำเต้าขาควาย”การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง @โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้

This slideshow requires JavaScript.


“น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ ภายใต้แนวคิดร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม”
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถูกน้อมนำเข้าสู่การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่ง โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่างๆ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย โดยที่ไม่หลงไปกับกระแสสังคมในปัจจุบัน
โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ หมู่ที่ 10 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล เป็นโรงเรียนหนึ่งที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่การเรียนการสอนโดยบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา และวิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 เน้นทักษะกระบวนการทำงานเพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งให้การเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียน ก่อนนำสู่การปฏิบัติในภาคสนาม เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00–16:00 น.
โดยได้ปรับพื้นที่บริเวณโรงเรียน เนื้อที่กว่า 1 ไร่ เป็นแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 3 ลักษณะ คือ Read the rest of this entry

สาร สพป.สตูล ปีที่ 8 ฉบับที่ 60 ประจำเดือนสิงหาคม-กันยายน 2559